Categories
News

ดูดเหนียง vs ฉีดแฟตเหนียง

ดูดเหนียง vs ฉีดแฟตเหนียง อยากลดเหนียงเลือกแบบไหนดีสุด? วิธีลดเหนียงที่เป็นดาวเด่นเลย คงไม่แพ้การฉีดแฟต (เมโสแฟตเหนียง) และการดูดไขมันเหนียงครับ สองวิธีนี้ได้รับความนิยมมากทั้งคู่ หมอจึงจะมาอธิบายการลดเหนียงด้วยสองวิธีนี้กันแบบชัด ๆ ว่าแบบไหนเห็นผลชัดกว่ากัน และมีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะครับ

ดูดไขมันเหนียง vs ฉีดแฟตเหนียง

คนไข้หมอที่เข้ามาดูดไขมันเหนียง แทบจะทุกคนที่เคยไปฉีดแฟตลดเหนียงมาก่อนแล้ว ฉีดมาหลายครั้งก็เห็นผลแค่แปปเดียวเท่านั้น แล้วเหนียงก็กลับมาเยอะเหมือนเดิม จนสุดท้ายตัดสินใจเข้ามาปรึกษาหมอ ว่าควรจะฉีดแฟตต่อไป หรือดูดไขมันเหนียงออกเลยดี

ส่วนตัวหมอแนะนำให้ดูดไขมันเหนียงออกไปเลยนะครับ เพราะสามารถแก้ปัญหาไขมันส่วนเกินได้อย่างตรงจุดมากกว่า และไม่ต้องคอยกังวลว่าอีกสองสามเดือนข้างหน้า เหนียงจะกลับมาใหญ่เหมือนเดิมอีกไหม

มีวิธีลดเหนียงหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันเหนียง การฉีดแฟตลดเหนียง การนวดกระชับเหนียงด้วยความร้อน หรือการยกกระชับเหนียง ด้วยเครื่อง J Plasma ก็มีเช่นกันครับ อย่างไรก็ตาม ลองเข้ามาปรึกษาหมอที่ก่อนได้ครับ เดี๋ยวหมอจะประเมินให้ว่าในแต่ละคนเหมาะสมกับการลดเหนียงด้วยวิธีไหนที่สุด (อ่านเพิ่มเติม : ดูดไขมันเหนียง)
ลดเหนียงด้วยการดูดไขมันเหนียง

สำหรับใครที่มีปัญหาไขมันใต้คางเยอะ เกิดเป็นคางสองชั้นขึ้นมา ทำให้ไม่มั่นใจในใบหน้า การดูดไขมันเหนียง สามารถช่วยได้ครับ การดูดไขมันเหนียงจะมีแผลเล็ก ๆ ประมาณ 3-4 มิลลิเมตร หมอจะซ่อนแผลไว้หลังใบหู และใต้คาง (ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส) เพื่อดูดไขมันใต้คางออกมา ไม่ต้องกังวลเรื่องแผล หรือความบวม

ขั้นตอนการดูดไขมันเหนียง
ขั้นตอนดูดไขมันเหนียงจะประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนคือ การใส่ Tumescent, การสลายไขมันส่วนเกิน และการดูดไขมันออกมาครับ ส่วนเคสไหนที่หมอประเมินว่า หลังดูดไขมันเหนียงผิวตรงใต้คางอาจจะหย่อนคล้อยได้นะ หากคนไข้ตกลงทำกระชับเหนียงด้วย หมอก็จะใช้เครื่อง J Plasma ยกกระชับเหนียงให้ เป็นขั้นตอนสุดท้ายครับ

การใส่ Tumescent

Tumescent เป็นสารน้ำที่ประกอบไปด้วยยาชา (ลดความเจ็บ), น้ำเกลือ (ขยายพื้นที่), Adrenaline (ทำให้เส้นเลือดหดตัว) และตัวยาอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก เพื่อให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลง และหมอดูดไขมันเหนียงได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะดูดไขมันเหนียงด้วยยาชา หรือวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ ก็จะต้องใส่ Tumescent ก่อนเริ่มสลายไขมันนะครับ

Tumescent ดูดไขมัน

ในสมัยก่อนดูดไขมันเหนียง แล้วมีความรู้สึกเจ็บมาก ทรมานมาก หนึ่งในสาเหตุนั้นคือการที่สมัยก่อนไม่มีการใส่ Tumescent ก่อนดูดไขมัน ทำให้คนไข้เจ็บมาก ๆ จนทนไม่ไหว และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น การที่ร่างกายเสียเลือดมากเกินไป ดังนั้น Tumecent ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยพัฒนาให้วงการดูดไขมันมีความปลอดภัยมากขึ้นครับ

การสลายไขมันเหนียง

ขั้นตอนการสลายไขมันคางสองชั้น หมอก็จะมีการนำเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วยนะครับ ทีนี้หมอก็จะดูความเหมาะสมสำหรับแต่ละเคส ๆ ไป ว่าเหมาะกับเครื่องไหนมากที่สุด ก็มีตั้งแต่การดูดไขมันเหนียงแบบไม่ใช้เครื่อง คือการใช้ Syringe ดูดไขมันเหนียงออกมา สำหรับกรณีที่มีไขมันน้อย และการใช้เครื่องดูดไขมันเข้ามาช่วย สำหรับเคสที่มีไขมันเหนียงเยอะ=
คอเป็นปล้อง

การดูดไขมันออกมา

สลายไขมันเสร็จแล้ว หมอก็จะดูดเอาไขมันออกมา ซึ่งเวลาที่หมอดูดไขมันเหนียงเนี่ยนะครับ หมอจะมีการวางแผนไว้ก่อนว่า หมอต้องดูดไขมันตรงจุดไหนออกมาบ้าง รูปหน้าแบบนี้ต้องดูดไขมันออกมากี่ CC จึงจะเหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าได้รูปสวยงาม และดูสมส่วนที่สุดครับ ซึ่งหมอจะไม่ดูดออกมาจนเกลี้ยง และทำให้ใบหน้ามีลักษณะแปลก ๆ แต่หมอจะดูดในปริมาณที่พอดีสำหรับแต่ละเคสครับ

การยกกระชับเหนียง

จะยกกระชับเหนียงไหม? หมอจะพิจารณาเป็นเคส ๆ ไป ซึ่งปกติบริเวณเหนียงจะเป็นส่วนที่ผิว มีโอกาสหย่อนคล้อยมากอยู่แล้วนะครับ ก็จะมีทั้งคนที่ผิวย้วยอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนดูดไขมัน และเคสที่มีไขมันปริมาณเยอะ เวลาดูดไขมันออกมาแล้ว มีโอกาสที่ผิวจะหย่อนคล้อยได้ครับ หมอจะใช้เครื่อง J Plasma จากอเมริกา ในการยกกระชับผิวให้เรียบตึงขึ้นมาในทันที เครื่องตัวนี้ดีมากครับ เรียกได้ว่ายืน 1 เรื่องการยกกระชับผิวอย่างตรงจุดเลยก็ว่าได้ครับ (มีงานวิจัยรองรับ)

ผลลัพธ์หลังดูดไขมันเหนียง

เห็นผลได้ทันทีหลังทำ
คางสองชั้นหายไปทันที
กรอบหน้าดูชัดขึ้นกว่าเดิม
ใบหน้าดูเรียวสวย V-Shape
ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาดูดี
เห็นผลกึ่งถาวร ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน หากไม่มีการปรับพฤติกรรมการกิน หรือควบคุมน้ำหนัก ก็อาจทำให้ไขมันกลับมาสะสมได้อีกครั้ง

ดูดไขมันเหนียงเจ็บไหม?

การดูดไขมันเหนียงเจ็บไหม? สำหรับเคสที่ดูดเหนียงด้วยยาชา จะมีความเจ็บได้ครับ ซึ่งในแต่ละเคสก็จะมีความเจ็บที่แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะเจ็บแค่ตอนที่หมอฉีดยาชาตอนแรก หลังจากนั้นก็ชิว ๆ แล้วครับ ส่วนเคสที่ดูดไขมันเหนียงแบบวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ (มักเป็นเคสที่ดูดไขมันตำแหน่งอื่นร่วมด้วย) จะไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ ครับ และหลังดูดไขมันเหนียงก็จะมีความเจ็บ ระบมช้ำ บวมช้ำได้บ้างครับ